ความรู้คู่ผิว

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็น เซ็บเดิร์ม

 

เคยมีอาการคัน หน้ามีผื่นแดง แห้งข้างจมูกหรือหัวคิ้ว ผิวหนังอักเสบบริเวณหนังศีรษะ ใบหน้า หรือแผ่นหลังกันไหมคะ?

อาการดังกล่าวที่ได้บอกไว้นั้นคืออาการของโรคเซ็บเดิร์ม หรือ “Seborrheic dermatitis” เป็นโรคที่มีการอักเสบของผิวหนังบริเวณที่มีต่อมไขมัน เช่น หนังศีรษะ ใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง จะพบเป็นผื่นแดงปนเหลืองและมีสะเก็ดมัน สำหรับผื่นบริเวณใบหน้ามักพบตรงหัวคิ้ว ไรผม ข้างจมูก ช่วงไหนพักผ่อนน้อยหรือเครียดก็จะยิ่งเป็นมากขึ้น และมักจะเป็นๆหายๆอยู่ตลอด

สาเหตุ
มีหลายปัจจัยที่สุ่มเสี่ยงมีผลต่อการเกิดโรคเซ็บเดิร์ม  ส่วนใหญ่จะถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยหลายประการดังนี้
1. ความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมนในร่างกาย
2. พันธุกรรม
3. ความเครียด  
4. อากาศเปลี่ยนแปลงและสภาพแวดล้อม
5. ติดเชื้อราบางชนิด เช่น Pityrosporm Obiculare หรือ Pityrosporum Ovale
 
อาการส่วนใหญ่มักเริ่มแสดงออกตอนช่วงวัยรุ่น ซึ่งจะเริ่มมีการผลิตฮอร์โมนเพศที่ไปกระตุ้นต่อมไขมันให้มีขนาดโตขึ้น มีไขมันหลั่งออกมามากขึ้น แต่ก็อาจพบโรคนี้ในช่วง 2 เดือนแรกหลังคลอดได้เช่นกัน  ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากฮอร์โมนจากแม่ที่ถ่ายทอดไปยังลูกไปกระตุ้นต่อมไขมันที่หนังศีรษะลูกทำให้หนังศีรษะและเส้นผมเป็นมัน ในวัยเด็กอาการจะดีขึ้นเอง ส่วนในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ อาการมักจะเป็นๆหายๆ
 
วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นเซ็บเดิร์มนั้นต้องดูแลอย่างไร
เพื่อควบคุมอาการในช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ไม่ให้มีอาการของโรคเซ็บเดิร์มอีก ทำได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ จัดการกับความเครียด เลี่ยงอยู่ในสภาพอากาศร้อนหรือหนาวมากเกินไป เมื่อเราได้ดูแลรักษาตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว แต่ยังคงมีอาการของโรคอยู่ ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อรักษาต่อไป
 
การรักษา
ช่วงที่มีอาการกำเริบและเกิดผื่นคันผิวหนังอักเสบ แพทย์อาจให้ใช้ยาทาสเตียรอยด์ความเข้มข้นต่ำร่วมกับยาทาฆ่าเชื้อรา ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการได้ โดยการใช้ยาทากลุ่มสเตียรอยด์แพทย์จะให้ใช้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ (เพื่อลดผลข้างเคียงจากยากลุ่มสเตียรอยด์) ส่วนการใช้ยาฆ่าเชื้อรามีทั้งชนิดทาบนใบหน้าหรือที่ตัว   เช่น Ketoconzole, Miconazole, Clotrimazole และแชมพูสระผมสำหรับผู้ที่เป็นเซ็บเดิร์มบริเวณหนังศีรษะ เช่น Selenium Sulfide, Ketocanazole, Zinc Pyrithione  เป็นต้น